ข่าวใหญ่เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงาน กสทช. ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) และกรมศุลกากร บุกทลายโกดังย่านลาดพร้าว ยึดกล้องวงจรปิดกว่า 1 แสนชุด มูลค่ารวม 100 ล้านบาท ไม่ใช่แค่ข่าวอาชญากรรมทั่วไป แต่เป็น “สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด” ไปยังผู้นำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ IoT ทุกรายในไทย

หากคุณคือผู้นำเข้า นี่คือ 5 ข้อควรระวังที่คุณต้องเช็กด่วน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับกรณีศึกษานี้:
1. ระวังเรื่อง “คลื่นความถี่”: แค่สินค้านำเข้าได้ ไม่ได้แปลว่าถูกกฎหมาย กสทช.
หลายคนเข้าใจผิดว่าเคลียร์ภาษีศุลกากรจบคือขายได้ แต่ความจริงคือ อุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่ (เช่น กล้อง CCTV ไร้สาย, อุปกรณ์ IoT) ถือเป็นเครื่องวิทยุคมนาคม
- จุดพลาด: ผู้ประกอบการในข่าวนี้ถูกจับเพราะ “นำเข้าและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่”
- สิ่งที่ต้องทำ: ก่อนนำเข้า ต้องตรวจสอบว่าคลื่นความถี่ของอุปกรณ์นั้นอนุญาตให้ใช้ในไทยหรือไม่ และต้องขอใบอนุญาตนำเข้าจาก กสทช. อย่างถูกต้อง
2. ระวังเรื่อง “มาตรฐานทางเทคนิค” (Type Approval)
กสทช. ให้ความสำคัญมากกับมาตรฐานความปลอดภัย การนำเข้าสินค้า “No Name” หรือสินค้า OEM จากจีนโดยไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน (Type Approval) เป็นความเสี่ยงสูง
- จุดพลาด: ของกลางในคดีนี้ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. ซึ่งนอกจากผิดกฎหมายแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน
- สิ่งที่ต้องทำ: สินค้าต้องถูกส่งทดสอบทางเทคนิค (RF/EMC/Safety) และขึ้นทะเบียนขอรับใบรับรองเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ก่อนวางจำหน่าย
3. ระวัง “การขายตัดราคาในช่องทางออนไลน์” จะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ
ในอดีตการขายออนไลน์อาจดูตรวจสอบยาก แต่ปัจจุบัน กสทช. มีมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้น
- จุดพลาด: ผู้ต้องหาขายสินค้าผ่านออนไลน์ในราคาถูกผิดปกติ (500-1,000 บาท) จนมียอดขายสูงถึง 4,000 เครื่อง/วัน ทำให้เจ้าหน้าที่ผิดสังเกตและเข้าตรวจสอบ
- มาตรการใหม่: กสทช. ประกาศชัดเจนว่าจะร่วมมือกับ แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ เพื่อกำจัดสินค้าผิดกฎหมายออกจากระบบ แปลว่าร้านค้าออนไลน์ของคุณอาจถูกปิดได้ทันทีหากไม่มีใบอนุญาตแสดง
4. ระวังโทษหนัก: “คุก 5 ปี” ไม่ใช่แค่ปรับแล้วจบ
กฎหมายระบุโทษไว้รุนแรงเพื่อให้เกรงกลัว
- ความเสี่ยง: ความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคมฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ก็มีโทษปรับเพิ่มอีก
- ผลกระทบ: นอกจากเสียค่าปรับ สินค้าทั้งหมดจะถูกยึดเป็นของกลาง ซึ่งหมายถึงทุนหายกำไรหด 100%
5. ระวังการบูรณาการตรวจสอบ: ไม่ใช่แค่ กสทช. หน่วยเดียวอีกต่อไป
การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้ง กสทช., ตำรวจไซเบอร์ (สอท.), ศุลกากร, สรรพสามิต, สคบ. และ สคส. (คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)
- นัยสำคัญ: หากคุณทำผิดกฎหมายข้อใดข้อหนึ่ง (เช่น หนีภาษี) อาจถูกขยายผลไปสู่ความผิดเรื่องใบอนุญาต กสทช. หรือกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคได้พร้อมกัน
ผู้นำเข้าต้องปรับตัวอย่างไร? ให้ Activio ช่วยคุณ
จากกรณีศึกษานี้ ชัดเจนว่าการทำธุรกิจแบบ “วัดดวง” ไม่คุ้มค่าอีกต่อไป Activio พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ดูแลให้ธุรกิจนำเข้าของคุณถูกต้อง ขาวสะอาด และตรวจสอบได้
บริการของเราครอบคลุม:
- Pre-Compliance Check: ตรวจสอบสเปคสินค้าก่อนสั่งผลิตหรือนำเข้า ว่าคลื่นความถี่ใช้งานได้จริงในไทยหรือไม่
- NBTC Licensing: ดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตนำเข้า (Import License) และใบอนุญาตค้า (Trade License) แทนคุณ
- Type Approval Service: จัดการส่งเครื่องทดสอบแล็บ และยื่นขอใบรับรองมาตรฐาน (ตราครุฑ) เพื่อให้สินค้าของคุณวางขายได้อย่างภาคภูมิใจและปลอดภัยจากการถูกจับกุม
อย่ารอให้เจ้าหน้าที่ไปเคาะประตูโกดัง!ปรึกษา Activio วันนี้ เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นมาตรฐาน สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าและตัวคุณเองครับ
ข้อมูลอ้างอิงจาก: ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กสทช. ฉบับที่ 9/2569
